พิมพ์ระบบกราเวียร์ สำหรับซองบรรจุภัณฑ์

คลื่นยักษ์ของโฮคุไซเมื่อพิมพ์ด้วยระบบอื่น สกรีนเป็นแบบสุ่ม ไม่มีตะแกรงและไม่มีมุม ขอบเม็ดฟุ้ง โทนบวม หมึกจืดกว่าที่ควรเป็น
การพิมพ์รูปแบบอื่น
คลื่นลูกเดียวกันพิมพ์ด้วยกราเวียร์ เม็ดกลมบนสกรีนสี่มุม ขอบคม ทุกสีลงทะเบียนตรงกัน
การพิมพ์กราเวียร์

ด้านล่างคืออาร์ตเวิร์กเดียวกัน พิมพ์กราเวียร์เทียบกับการพิมพ์รูปแบบอื่น ลากเส้นแบ่งเพื่อเทียบ

สิบแท่น สิบแม่พิมพ์ หนึ่งภาพ

  1. Ink Blackเส้นขอบทุกเส้นในภาพ ปลายฟองที่ยอดคลื่น ขอบภูเขาไฟฟูจิ และกรอบชื่อภาพ เป็นแม่พิมพ์ที่ลงก่อนเพื่อนเสมอ
  2. Prussian Blueสีของคลื่นยักษ์เอง ส่วนมืดในท้องคลื่นที่มันกำลังทิ้งตัวลงไป และเนื้อภูเขาส่วนที่มืด
  3. Wave Blueเฉดกลางของผืนน้ำ ตรงที่คลื่นกำลังม้วนตัว
  4. Foam Blueเส้นบางระหว่างน้ำเงินเข้มกับฟองคลื่น และแนวหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ กินพื้นที่ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของซอง แต่ยังต้องมีแม่พิมพ์เป็นของตัวเอง
  5. Stone Greyแถบหมอกระหว่างคลื่นกับภูเขาไฟฟูจิ
  6. Warm Beigeเส้นขอบฟ้าตรงที่หมอกจรดท้องฟ้า และเนื้อกระดาษเก่าที่ภาพทั้งใบยืนอยู่บนนั้น
  7. Sea Greenสีเขียวอ่อนที่โผล่เฉพาะในวงฟองเล็ก ๆ กินพื้นหกเปอร์เซ็นต์ของซอง
  8. Sky Ochreท้องฟ้า เป็นแท่นที่ใหญ่ที่สุดของภาพนี้ กินพื้นที่สองในสามของซอง
  9. Opaque Whiteพื้นรองทึบ เป็นแท่นที่ทำให้ภาพขึ้นมาให้เห็นจริง ๆ ซองฟอยล์ที่ขาดขาวทึบจะพิมพ์จมไปกับความมืด
  10. Varnish · Mattผิวนอกสุด ไม่ใช่หมึกสี เลือกได้ระหว่างเงา ด้าน หรือเคลือบเฉพาะจุดบนซองบางส่วน
  • เครื่องพิมพ์ลงสีทีละสี
  • ซองนี้ใช้ 10 สถานี: เส้นคีย์ไลน์ 7 สี ขาวทึบ และวานิช
  • แต่ละสถานีใช้บล็อกของตัวเอง สียิ่งมาก ค่าบล็อกยิ่งเพิ่ม
  • กราเวียร์พิมพ์กลับด้าน ลายอยู่ด้านในของฟิล์ม มองทะลุจากด้านนอก เหมือนตัวอักษรที่ติดหลังกระจกหน้าร้าน
  • สีขาวลงเป็นสีที่ 9 ก่อนหน้านั้นหลังหมึกมีแค่แสง

ทุกเฉด วัดบนฟิล์มจริงมาแล้ว

Cyan × MagentaCyan × YellowMagenta × YellowCyan × BlackMagenta × BlackYellow × Blackไล่ทีละหมึก
  1. Cyan × Magentaทุกเฉดน้ำเงินและม่วงที่สองสีนี้ไปถึงร่วมกัน
  2. Cyan × Yellowโซนสีเขียว ช่วงกว้างที่สุดที่หมึกสองตัวนี้มีส่วน
  3. Magenta × Yellowแดง ส้ม และปลายอุ่นของแผ่น
  4. Cyan × Blackสีน้ำเงินไปได้ไกลแค่ไหนก่อนดำจะกลืน
  5. Magenta × Blackคำถามเดียวกัน ถามกับโทนแดง
  6. Yellow × Blackเหลืองไปสีมะกอกไปดำ ทีละ 5%
  7. ไล่ทีละหมึกหมึกแต่ละตัวตั้งแต่ 0 ถึง 100 บนพื้นเดียวกัน
  1. 01

    สีพิเศษ: หมึกเดียว แม่พิมพ์เดียว ล็อตหน้าได้สีเดิม

    สีพิเศษคือหมึกที่ผสมมาสำเร็จเป็นสูตรเดียว พิมพ์ด้วยแท่นของตัวเองหนึ่งแท่น จึงให้สีเดิมทุกล็อต ต่างจากสี่สีกระบวนการที่ไล่สีจากเม็ดสกรีนสี่แท่น

    ผืนน้ำเดียวกันขยายสี่เท่า ครึ่งซ้ายสีน้ำเงินเป็นลายดอกกุหลาบของเม็ดฟ้ากับบานเย็น มีกระดาษโผล่ระหว่างเม็ด ครึ่งขวาเป็นหมึกเนื้อเดียวตัน

    CMYK · สี่แท่นพิมพ์

    สีพิเศษ · แท่นเดียว

    • สีแบรนด์ที่ไล่จาก CMYK ขึ้นกับสี่แม่พิมพ์พร้อมกัน แม่พิมพ์ไหนเพี้ยน สีก็ขยับ
    • สีแบรนด์บางสีไล่จากสี่สีไม่ได้เลย เช่นน้ำเงินเข้มจัดหรือส้มสดจัด
    • ถ้าผสมเป็นหมึกสีเดียวแล้วให้แม่พิมพ์ของตัวเอง มันขึ้นกับแม่พิมพ์เดียว วัดได้ แก้ได้ ล็อตหน้าได้สีเดิม
    • Pantone มีสีพิเศษ 2,390 สี แต่ละสีมีสูตรผสมเป็นกรัม โรงหมึกที่ไหนก็ผสมได้สีเดิม
    • สั่งมาต้องมีตัวอักษรท้ายรหัสด้วย 485 C, U, M คือคนละสีกัน
    • สีแบรนด์เราคุมที่ ΔE2000 1–2 ขณะที่งานพิมพ์ทั่วไปอยู่ที่ 2–3
  2. 02

    โลหะ: ทำได้สามทาง แต่ซองส่วนใหญ่ใช้ทางที่สี่

    ความวาวแบบโลหะบนซองมาจากหมึกเมทัลลิก จากฟอยล์ร้อนหรือฟอยล์เย็น หรือจากฟิล์มที่มีโลหะอยู่ในม้วนตั้งแต่ก่อนแท่นพิมพ์จะแตะ

    งานพิมพ์เดียวกันสองครั้ง ครึ่งซ้ายท้องฟ้าเป็นกระดาษสีครีม ครึ่งขวาท้องฟ้าเดียวกันเป็นผิวกระจกของฟิล์มที่โผล่ขึ้นมาตรงที่ไม่ได้ลงขาวทึบ

    พิมพ์บนพื้นขาว

    พิมพ์บนฟิล์มเมทัลไลซ์

    • หมึกเมทัลลิกมีผงโลหะจริงผสมอยู่ พิมพ์เหมือนหมึกทั่วไป เก็บเส้นเล็กได้ ไม่ต้องกัดบล็อกปั๊มแยก แต่ความวาวอยู่ในเนื้อหมึกและลดลงตามเวลา
    • Hot foil วาวที่สุดและเป็นแบบเดียวที่จับแล้วรู้สึกได้ แต่ต้องกัดบล็อก ไล่เฉดไม่ได้ และใช้ความร้อนกับฟิล์มบาง
    • Cold foil พิมพ์สี่สีทับบนฟอยล์ได้ในเที่ยวเดียว จึงได้โลหะที่มีสีและไล่เฉดได้
    • ซองส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สามอย่างนี้
    • เราพิมพ์บนฟิล์มเมทัลไลซ์ (metallised film) ที่มีโลหะอยู่ในม้วนตั้งแต่ต้น ตรงไหนเว้นขาวตรงนั้นเป็นกระจก ตรงไหนลงขาวรองตรงนั้นได้สีตามสั่ง และไม่มีค่าบล็อคเพิ่มสักบาท
  3. 03

    ขาวทึบ: แท่นที่ตัดสินว่าสีอื่นจะขึ้นหรือไม่ขึ้น

    ขาวทึบคือหมึกที่ลงเป็นพื้นก่อนสีอื่นบนฟิล์มใสหรือฟิล์มเมทัลไลซ์ เพื่อไม่ให้ทุกสีจมหายไปกับฟิล์มหรือผิวโลหะข้างใต้

    หมึกชุดเดียวกันสองครั้ง ครึ่งซ้ายพิมพ์บนฟิล์มสีเข้มแล้วทุกสีจมหายไป ครึ่งขวาลงขาวทึบก่อนแล้วภาพจึงขึ้นครบ

    ไม่มีอะไรอยู่หลังหมึก

    ลงขาวทึบก่อน

    • ฟิล์มใสและฟอยล์ไม่มีพื้นให้สีเกาะ เหมือนเขียนปากกาเมจิกลงบนกระจกใส สีอยู่ตรงนั้นจริงแต่แทบมองไม่เห็น
    • ขาวทึบจึงต้องลงเป็นพื้นก่อน ซองใบนี้คือแท่นที่ 09 และทุกสีที่อยู่เหนือมันยืนอยู่บนขาวนั้น
    • เป็นด่านเดียวกับที่โลหะต้องพึ่ง · ตรงไหนไม่ลงขาว ตรงนั้นเป็นกระจก
    • ตัวที่ทำให้ทึบคือไทเทเนียมไดออกไซด์ กระเจิงแสงเหมือนหมอกที่ทำให้ไฟหน้ารถกระจายจนมองไม่ทะลุ
    • วงการยึดที่ความทึบ 80% ขึ้นไป และราวครึ่งหนึ่งของเงินค่าหมึกทั้งโรงพิมพ์ซองอ่อนหมดไปกับหมึกขาวอย่างเดียว
  4. 04

    เคลือบ: บนฟิล์ม ของเรากลับทิศ — ด้านเฉพาะจุดบนพื้นเงา

    เคลือบคือผิวใสชั้นบนสุด มีทั้งแบบเงา กึ่งเงา และด้าน เคลือบทับงานพิมพ์บนฟิล์มเพื่อเปลี่ยนทั้งการสะท้อนแสงและสัมผัสของซอง

    งานพิมพ์เดียวกันสองผิว ครึ่งซ้ายเป็นความเงาของฟิล์มเอง สีลึกและมีแสงสะท้อนพาดผ่าน ครึ่งขวาเป็นงานพิมพ์เดียวกันใต้ผิวเคลือบด้านเฉพาะจุด แบนราบและไม่สะท้อนอะไรเลย

    ฟิล์มเดิม · ผิวเงา

    เคลือบด้านเฉพาะจุด

    • ฟิล์มที่เราพิมพ์เงามาตั้งแต่ต้น ครึ่งซ้ายในภาพจึงเป็นผิวของวัสดุเองล้วน ๆ
    • เงาทำให้สีลึกและอิ่ม แลกกับผิวที่รับแสงทุกดวงในร้าน
    • บนกระดาษ ท่ามาตรฐานคือเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV) บนพื้นด้าน
    • ด้านคืนความอิ่มสีไปบ้าง แต่ได้ผิวที่ไม่สะท้อนแสงและไม่ติดรอยนิ้วมือ ซึ่งคือสิ่งที่ซองที่ถูกหยิบจับบ่อยต้องการจริง ๆ
    • บนฟิล์มต้องกลับทิศ คือเคลือบด้านเฉพาะจุดบนพื้นเงา
    • ความต่างของสองผิวคือเอฟเฟกต์ทั้งหมด วานิชจึงต้องเป็นผิวที่วัสดุไม่ได้เป็นอยู่

ติดต่อเรา

PDF · AI · EPS · PNG · JPG · TIFF · ZIP รวมไม่เกิน 4 MB