ทุกเฉด วัดบนฟิล์มจริงมาแล้ว







- Cyan × Magentaทุกเฉดน้ำเงินและม่วงที่สองสีนี้ไปถึงร่วมกัน
- Cyan × Yellowโซนสีเขียว ช่วงกว้างที่สุดที่หมึกสองตัวนี้มีส่วน
- Magenta × Yellowแดง ส้ม และปลายอุ่นของแผ่น
- Cyan × Blackสีน้ำเงินไปได้ไกลแค่ไหนก่อนดำจะกลืน
- Magenta × Blackคำถามเดียวกัน ถามกับโทนแดง
- Yellow × Blackเหลืองไปสีมะกอกไปดำ ทีละ 5%
- ไล่ทีละหมึกหมึกแต่ละตัวตั้งแต่ 0 ถึง 100 บนพื้นเดียวกัน
01
สีพิเศษ: หมึกเดียว แม่พิมพ์เดียว ล็อตหน้าได้สีเดิม
สีพิเศษคือหมึกที่ผสมมาสำเร็จเป็นสูตรเดียว พิมพ์ด้วยแท่นของตัวเองหนึ่งแท่น จึงให้สีเดิมทุกล็อต ต่างจากสี่สีกระบวนการที่ไล่สีจากเม็ดสกรีนสี่แท่น

CMYK · สี่แท่นพิมพ์
สีพิเศษ · แท่นเดียว
- สีแบรนด์ที่ไล่จาก CMYK ขึ้นกับสี่แม่พิมพ์พร้อมกัน แม่พิมพ์ไหนเพี้ยน สีก็ขยับ
- สีแบรนด์บางสีไล่จากสี่สีไม่ได้เลย เช่นน้ำเงินเข้มจัดหรือส้มสดจัด
- ถ้าผสมเป็นหมึกสีเดียวแล้วให้แม่พิมพ์ของตัวเอง มันขึ้นกับแม่พิมพ์เดียว วัดได้ แก้ได้ ล็อตหน้าได้สีเดิม
- Pantone มีสีพิเศษ 2,390 สี แต่ละสีมีสูตรผสมเป็นกรัม โรงหมึกที่ไหนก็ผสมได้สีเดิม
- สั่งมาต้องมีตัวอักษรท้ายรหัสด้วย 485 C, U, M คือคนละสีกัน
- สีแบรนด์เราคุมที่ ΔE2000 1–2 ขณะที่งานพิมพ์ทั่วไปอยู่ที่ 2–3
02
โลหะ: ทำได้สามทาง แต่ซองส่วนใหญ่ใช้ทางที่สี่
ความวาวแบบโลหะบนซองมาจากหมึกเมทัลลิก จากฟอยล์ร้อนหรือฟอยล์เย็น หรือจากฟิล์มที่มีโลหะอยู่ในม้วนตั้งแต่ก่อนแท่นพิมพ์จะแตะ

พิมพ์บนพื้นขาว
พิมพ์บนฟิล์มเมทัลไลซ์
- หมึกเมทัลลิกมีผงโลหะจริงผสมอยู่ พิมพ์เหมือนหมึกทั่วไป เก็บเส้นเล็กได้ ไม่ต้องกัดบล็อกปั๊มแยก แต่ความวาวอยู่ในเนื้อหมึกและลดลงตามเวลา
- Hot foil วาวที่สุดและเป็นแบบเดียวที่จับแล้วรู้สึกได้ แต่ต้องกัดบล็อก ไล่เฉดไม่ได้ และใช้ความร้อนกับฟิล์มบาง
- Cold foil พิมพ์สี่สีทับบนฟอยล์ได้ในเที่ยวเดียว จึงได้โลหะที่มีสีและไล่เฉดได้
- ซองส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้สามอย่างนี้
- เราพิมพ์บนฟิล์มเมทัลไลซ์ (metallised film) ที่มีโลหะอยู่ในม้วนตั้งแต่ต้น ตรงไหนเว้นขาวตรงนั้นเป็นกระจก ตรงไหนลงขาวรองตรงนั้นได้สีตามสั่ง และไม่มีค่าบล็อคเพิ่มสักบาท
03
ขาวทึบ: แท่นที่ตัดสินว่าสีอื่นจะขึ้นหรือไม่ขึ้น
ขาวทึบคือหมึกที่ลงเป็นพื้นก่อนสีอื่นบนฟิล์มใสหรือฟิล์มเมทัลไลซ์ เพื่อไม่ให้ทุกสีจมหายไปกับฟิล์มหรือผิวโลหะข้างใต้

ไม่มีอะไรอยู่หลังหมึก
ลงขาวทึบก่อน
- ฟิล์มใสและฟอยล์ไม่มีพื้นให้สีเกาะ เหมือนเขียนปากกาเมจิกลงบนกระจกใส สีอยู่ตรงนั้นจริงแต่แทบมองไม่เห็น
- ขาวทึบจึงต้องลงเป็นพื้นก่อน ซองใบนี้คือแท่นที่ 09 และทุกสีที่อยู่เหนือมันยืนอยู่บนขาวนั้น
- เป็นด่านเดียวกับที่โลหะต้องพึ่ง · ตรงไหนไม่ลงขาว ตรงนั้นเป็นกระจก
- ตัวที่ทำให้ทึบคือไทเทเนียมไดออกไซด์ กระเจิงแสงเหมือนหมอกที่ทำให้ไฟหน้ารถกระจายจนมองไม่ทะลุ
- วงการยึดที่ความทึบ 80% ขึ้นไป และราวครึ่งหนึ่งของเงินค่าหมึกทั้งโรงพิมพ์ซองอ่อนหมดไปกับหมึกขาวอย่างเดียว
04
เคลือบ: บนฟิล์ม ของเรากลับทิศ — ด้านเฉพาะจุดบนพื้นเงา
เคลือบคือผิวใสชั้นบนสุด มีทั้งแบบเงา กึ่งเงา และด้าน เคลือบทับงานพิมพ์บนฟิล์มเพื่อเปลี่ยนทั้งการสะท้อนแสงและสัมผัสของซอง

ฟิล์มเดิม · ผิวเงา
เคลือบด้านเฉพาะจุด
- ฟิล์มที่เราพิมพ์เงามาตั้งแต่ต้น ครึ่งซ้ายในภาพจึงเป็นผิวของวัสดุเองล้วน ๆ
- เงาทำให้สีลึกและอิ่ม แลกกับผิวที่รับแสงทุกดวงในร้าน
- บนกระดาษ ท่ามาตรฐานคือเคลือบเงาเฉพาะจุด (Spot UV) บนพื้นด้าน
- ด้านคืนความอิ่มสีไปบ้าง แต่ได้ผิวที่ไม่สะท้อนแสงและไม่ติดรอยนิ้วมือ ซึ่งคือสิ่งที่ซองที่ถูกหยิบจับบ่อยต้องการจริง ๆ
- บนฟิล์มต้องกลับทิศ คือเคลือบด้านเฉพาะจุดบนพื้นเงา
- ความต่างของสองผิวคือเอฟเฟกต์ทั้งหมด วานิชจึงต้องเป็นผิวที่วัสดุไม่ได้เป็นอยู่





















